Updates

How to ไปเรียนภาษาที่อินเดียด้วยตัวเอง ELTIS สถาบันที่ดีที่สุดในเมืองปูเณ่ (Pune)

สมัยนี้เรื่องภาษาสำคัญมากจริงๆ ใครฟังพูดอ่านเขียนสื่อสารได้ ย่อมได้เปรียบทั้งในการทำงานและการเดินทางไปไหนมาไหนทุกทั่วทุกมุมโลก ซึ่งนี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่แฟน ๆ LearningPune ส่งข้อความกันมาถามมากมายว่า อยากเรียนภาษาที่อินเดีย จะทำอย่างไรดี เรียนที่ไหนดี และต้องเริ่มต้นยังไง เพราะมืดแปดด้านไปหมดแล้ว อีกทั้งหลายคนสนใจอยากมาเรียนที่สถาบัน ELTIS มากเหลือเกิน แต่ข้อมูลมีน้อยมาก แอดมินในฐานะศิษย์เก่าเมืองปูเณ่ และสถาบันสอนภาษา ELTIS จึงอยากจะมาแนะนำขั้นตอน ตั้งเเต่เริ่มต้นไปจนถึงได้ไปเรียน เรียกว่า ไปเองได้สบาย ๆ ไม่ต้องผ่านนายหน้าให้เสียกะตัง

สำหรับใครที่สนใจอยากไปเรียนอีกสถาบัน ELICIS ซึ่งเป็นของรัฐบาลและถูกกว่าเท่าตัว แต่ราคาก็ตามคุณภาพและมีสิ่งอำนวยความสะดวกลดหลั่นลงมา แต่ก็ไม่ได้แย่นะครับ  แนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ 

ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก ELTIS กันก่อน 

ELTIS หรือ English Language Teaching Institute of Symbiosis เป็นสถาบันสอนภาษาที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1972 (พ.ศ. 2560 : 45 ปี) เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเอกชน Symbiosis International University เปิดสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาอินเดียที่สนใจเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม โดยหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เปิดสอนนี้มีทั้งระดับอนุปริญญา 1 ปี และหลักสูตรอิสระระยะยาวและระยะสั้น เพื่อการนำไปใช้ในการเรียนขั้นสูงและในการทำงานต่อไป ปีหนึ่ง ๆ มีนักเรียนประมาณ 500 คน

nx321qbva2epm8mwde0-o

ทำไม ELTIS ถึงได้ชื่อว่าสถาบันภาษาที่ดีที่สุดในปูเณ่

ที่ปูเณ่มีสถาบันสอนภาษาอยู่มากพอสมควร แม้ไม่มากเท่าบังกาลอร์แต่ก็มีชื่อเสียงและคุณภาพที่ไม่ต่างกัน เช่น VIT college, Valuepoint Academy, British Council, ELICIS และ ELTIS ก็ต้องยอมรับว่าแต่ละที่ก็มีความโดดเด่นแตกต่างไป แต่ที่ผมเลือกให้ ELTIS คือสถาบันภาษาที่ดีที่สุดในปูเณ่ ด้วยเหตุผลเหล่านี้

  • ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยนานาชาติ Symbiosis ตั้งแต่ปี 2560 เป็นสถาบันบุกเบิกที่มีคนไทยรุ่นแม่ ๆ พ่อ ๆ เคยมาฝากความประทับใจไว้เเล้ว
  • แม้แพงกว่าสถาบันอื่น แต่ก็มีคุณภาพด้านการสอนกว่า (เปรียบเทียบจากคนที่เคยเรียนสถาบันอื่น ๆ มา)
  • เน้นสอนให้เรียนรู้แบบ learning by doing ฝึกให้กล้าแสดงออก กล้าพูด มากกว่าเรียนจากตำราเรียนเพียงอย่างเดียว ฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้าในชั่วโมงเรียนบทเรียนไม่ค่อยคืบหน้าหรือจบเล่มเมื่อหมดหลักสูตร เพราะอาจารย์เชื่อว่า ถ้านักเรียนใฝ่รู้ นักเรียนจะอ่านเองต่อก็ได้ แต่การฝึกทักษะทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน นั้นควรที่จะทำร่วมกับผู้อื่นถึงจะได้ผลมากที่สุด (โดยเฉพาะการฟังและการพูด) โดยมีครูอยู่ให้คำแนะนำ
  • มีครูอาจารย์และบุคลากรมากกว่า 50 คน
  • อาจารย์น่ารัก เป็นกันเอง รักนักเรียนเหมือนลูก เอ็นดูคนไทยยิ่งกว่าใคร เพราะคนไทยรุ่นแรก ๆ ทำตัวน่ารัก มีความนอบน้อม จะก้มหัว เดินหมอบ คลานหาไม่ค้ำหัว รู้จักกาลเทศะ บางทีมีโมเม้นไหว้ครูอินเดียอีก ใหญ่สุดคือเคยมีคนทำประวัติศาสตร์ ครูลาโรงเรียนเพื่อไปร่วมทริปกับกับกลุ่มนักเรียนไทยมาแล้ว! (แต่ไม่แนะนำให้ทำบ่อยนะครับ 🙂 )
  • มีกิจกรรมที่จัดขึ้นเกือบตลอดทั้งปี ส่งเสริมให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น และเรียนรู้วัฒนธรรมของชาติอื่น ๆ ไปในตัว ทั้งงานกีฬาสี งานเทศกาลอาหารนานาชาติ งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และถ้าใครได้อยู่ถึงมีนาคม ก็จะทันงาน Anual day ที่ทุกคนจะไปรวมตัวกันที่หอประชุมใหญ่ มีกิจกรรม ร้องรำ การแสดงโดยครูนักเรียน และการประกาศผลกิจกรรมที่ผ่านมา มีรางวัลนักเรียนดีเด่น มาเรียนบ่อย เป็นเต้น
  • มีพื้นที่เป็นของตัวเอง ไม่ต้องแบ่งเช่ากับใคร ชั้นที่ 1 – 4 เป็นสถาบันภาษา และชัั้นถัดไปอีกเกือบสิบชั้นเป็นหอพักหญิงของ Symbiosis
  • สะอาด โล่ง บรรยากาศดี (ยกเว้นตอนมีแดดจัดๆ ครึ่งนึงของ canteen แทบนั่งไม่ได้ TT)
  • มีพื้นทีจอดรถภายในสถาบันให้นักเรียน สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงโดนยก(ฮา) แต่เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 5 รูปีต่อครั้ง
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักเรียน เช่น
    – มีน้ำดื่มสะอาดฟรีทุกชั้น
    – มีห้องน้ำทุกชั้น แบ่งชายหญิง
    – มีโถงห้องอาหาร (Canteen) ที่ขายเครื่องดื่ม อาหารแขกอาหารจีน ขนมปัง น้ำชา กาแฟ
    – มีห้องสมุด ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ตฟรี (จำกัดชั่วโมงใช้งานต่อวันต่อคน) ปริ้นท์เอกสาร
    – มีร้านถ่ายเอกสารขาวดำในอาคาร
    – มีตู้ ATM ด้านหน้าสถาบัน ไม่ต้องออกไปข้างนอก
    – มี Health Care Center กรณีเจ็บป่วย ไม่สบาย
    – มีบริการให้คำแนะนำด้านการเรียน การศึกษา และอาชีพ โดยอาจารย์และเจ้าหน้าที่ (แต่ส่วนตัวรู้สึกเฉย ๆ เหมือนเรามีปัญหาและไปคุยกับอาจารย์มากกว่า)
  • มีห้องประชุม และ auditorium ให้ยืมใช้ กรณีมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Symbiosis หรือของสถาบันเอง
  • พนักงาน บุคลากรทุกคน(ส่วนตัวรู้สึกว่า)น่ารัก อาจหน้าตาดุ ๆ แต่ไม่มีอะไรเลย ถ้ารู้จักจะทักกันเหมื่อนเพื่อนได้เลย แต่แนะนำให้มีช่องว่างสักหน่อย เดี่ยวเขาไม่เกรงใจเรา เล่นไปซะหมด
  • และแน่นอน ได้เพื่อนเยอะมาก เพราะเป็นเเหล่งรวมคนจากหลายเชื้อชาติ ซึ่งทาง ELTIS อ้างว่ามีถึง 40 ประเทศ (แต่อย่าไปหวังขนาดนั้นเลยครับ)

ต้องรู้ว่าเราอยากเรียนคอร์สอะไร

ซึ่งที่สถาบัน ELTIS (English Language Teaching Institute of Symbiosis) มีคอร์สหลัก ๆ ดังนี้

1. Diploma of Proficiency in English & Career Skills (DPE & CS) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Diploma

เปิดคอร์ส : กรกฎาคม ของทุกปี
ระยะเวลาเรียน :  1 ปี (ก.ค. – มิ.ย.)
ช่วงเวลาสมัครที่แนะนำ : สมัครตอนไหนก็ได้ก่อนเปิดเรียนอย่างน้อยสองเดือน
ค่าคอร์ส : US$ 1875 หรือประมาณ 67,000 บาท (เฉลี่ยตกเดือนละประมาณ 5,500 บาท )
เวลาเรียน : 11:15 น. – 16:15 น. จันทร์ – เสาร์
ผู้ที่สามารถเรียนได้: ผู้ที่จบวุฒิ ม. 6 ขึ้นไป
อ่านรายละเอียดคอร์สเพิ่มเติม : http://www.eltis-symbiosis.org/siu-diploma.html

2. Certificate Courses Short Term 4.5 เดือน 

เปิดคอร์ส : มีนาคม ของทุกปี
ระยะเวลาเรียน :  4.5 เดือน (มี.ค. – ก.ค.)
ช่วงเวลาสมัครที่แนะนำ : สมัครตอนไหนก็ได้ก่อนเปิดเรียนอย่างน้อยสองเดือน
ค่าคอร์ส : US$ 1875 หรือประมาณ 34,000 บาท (เฉลี่ยตกเดือนละประมาณ 7,600 บาท )
เวลาเรียน : 11:15 น. – 16:15 น. จันทร์ – เสาร์
ผู้ที่สามารถเรียนได้: เทียบเท่าวุฒิ ม. 4 ขึ้นไป
อ่านรายละเอียดคอร์สเพิ่มเติม : http://www.eltis-symbiosis.org/certificate-courses.htm

3. Certificate Courses Long Term คอร์ส 6.5 เดือน แบ่งย่อยออกไปเป็น 3 ช่วง ดังนี้

– January Batch : คอร์สเดือนมกราคม (ม.ค. – ก.ค.)
– August Batch : คอร์สเดือนสิงหาคม (ส.ค. – ก.พ.)
– October Batch : คอร์สเดือนตุลาคม (ต.ค. – เม.ย)

ระยะเวลาเรียน :  6.5 เดือน
ช่วงเวลาสมัครที่แนะนำ : สมัครตอนไหนก็ได้ก่อนเปิดเรียนอย่างน้อยสองเดือน
ค่าคอร์ส : US$ 1875 หรือประมาณ 46,000 บาท (เฉลี่ยตกเดือนละประมาณ 7,000 บาท )
เวลาเรียน : 11:15 น. – 16:15 น. จันทร์ – เสาร์
ผู้ที่สามารถเรียนได้: เทียบเท่าวุฒิ ม. 4 ขึ้นไป
อ่านรายละเอียดคอร์สเพิ่มเติม : http://www.eltis-symbiosis.org/certificate-courses.html

4. IELTS : Exam preparation Course 

เปิดคอร์ส : ยังไม่มีกำหนด
ระยะเวลาเรียน : 3 เดือน
ช่วงเวลาสมัครที่แนะนำ : สมัครตอนไหนก็ได้ก่อนเปิดเรียนอย่างน้อยสองเดือน
ค่าคอร์ส : US$ 800 หรือประมาณ 28,000 บาท (เฉลี่ยตกเดือนละประมาณ 9,300 บาท )
ผู้ที่สามารถเรียนได้: เทียบเท่าวุฒิ ม. 4 ขึ้นไป
อ่านรายละเอียดคอร์สเพิ่มเติม : http://www.eltis-symbiosis.org/ielts.html

5. Foreign Language Courses คอร์สภาษาต่างประเทศ (อื่น ๆ )

ภาษาที่เปิดสอน : Chinese, Japanese, Korean, German, French and Spanish. แต่ละภาษาแบ่งออก 2 levels
เปิดคอร์ส : เปิดเรื่อย ๆ
ระยะเวลาเรียน : 90 ชั่วโมง ใน 1 คอร์สมีให้เลือกทั้งแบบจันทร์-ศุกร์, เรียนวันเว้น หรือเรียนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่สูงสุดวันละ 3 ชั่วโมง
ช่วงเวลาสมัครที่แนะนำ : สมัครตอนไปเรียนภาษาที่สถาบันแล้ว ลงเรียนก่อน(เช้า)หรือหลัง(เย็น)คอร์สหลัก
ค่าคอร์ส : Chinese กับ Korean 10,500 รูปี ภาษาอื่น (Japanese, German, French) 9,000 รูปี
โดยราคานี้ไม่รวมค่าใบสมัคร 50 รูปี และค่าหนังสือเรียน 350 – 785 รูปี
หมายเหตุ คอร์สที่ 5 ไม่สามารถสมัครเรียนเพื่อขอวีซ่าได้ และเหมาะสำหรับคนที่ไปเรียนคอร๋สภาษาอังกฤษเป็นหลัก แล้วมีเวลาเหลือมากกว่า

เมื่อเลือกคอร์สที่อยากเรียนได้แล้ว ทำไงต่อ?

ไม่ยากเลยครับ แค่ส่งอีเมลแจ้งคอร์สและช่วง(หากเปนคอร์ส 6.5 เดือน )ที่ต้องการเรียน แล้ว

  • ส่งอีเมลไปยัง director : director@eltis-symbiosis.org และระบุว่าทราบข้อมูลมาจากเว็บ LearningPune เพื่อการช่วยเหลือ ติดตามเอกสารได้ง่ายขึ้น สถาบันทราบแหล่งที่มาข้อมูล ให้เครดิตเว็บไซต์ และเป็นการบันทึกข้อมูลการไปเรียนของคนไทยไปในตัว
  • หรือแจ้งมาทางเรา เพื่อช่วยดำเนินการให้ (ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ก็ช่วยเท่าที่จะช่วยได้) ทางข้อความเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/LearningPuneFanpage/messages ตั้งแต่การยื่นเอกสารไปจนได้รับเอกสารไปทำวีซ่า แต่ทั้งนี้ เราเพียงแต่ช่วยประสานงานและตามเอกสารให้ ทางผู้เรียนต้องส่งเอกสารและโอนเงินเองเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นนะครับ
  • รออีเมลตอบกลับ โดยในอีเมลจะประกอบด้วย รายละเอียดคอร์ส การโอนเงิน คำถามที่พบบ่อย และเอกสารฉบับแปลภาษาไทย (โดย LearningPune)
  • ดาวน์โหลดใบสมัครที่นี่ สำหรับ คอร์ส Diploma  หรือ Certificate Course  (ดูตัวอย่างการกรอกใบสมัครที่นี่)
  • เมื่อกรอกใบสมัครเสร็จแล้ว เตรียมโอนเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในอีเมล(ประมาณครึ่งหนึ่งของค่าเรียน) โดยโอนเงินทางออนไลน์ที่ http://eltis-symbiosis.org/online-payment.php หรือโอนที่ธนาคารไทยทุกแห่ง (กรุงไทย ค่าธรรมเนียม 900+300 , ธ.กรุงเทพ ค่าธรรมเนียม 750+100+300 บาท)
    – คอร์ส Diploma 1 ปี ให้โอน 30,000 รูปี
    – คอร์ส Certificate 6.5 เดือน ให้โอน 20,000 รูปี
    – คอร์ส Certificate 4.5 เดือน ให้โอน 15,000 รูปี
  • เสร็จแล้ว เตรียมแสกนเอกสาร ใบสมัคร และหลักฐานการโอนเงินกลับไปยัง director ที่อีเมลเดิม director@eltis-symbiosis.org โดยเอกสารที่ต้องแสกนสงไปมีดังนี้
    – ใบสมัคร ที่กรอกเรียบร้อย สมบูรณ์
    – เอกสารหลักฐานการโอนเงิน เช่น สลิป, อีเมลแจ้งเตือน
    – สำเนาหนังสือเดินทาง
    – ใบผลการเรียน หรือ transcript ภาษาอังกฤษ (ไม่ต้องรับรองก็ได้)
    – เอกสารสำเร็จการศึกษา (ถ้ามี)
    – ห้ามลืม แนบชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทร (+66) ตามด้วยหมายเลข สำหรับรับเอกสารที่ไทย (ระบุให้ชัดเจน)
  • รอตรวจสอบเงินเข้าบัญชีสถาบันและออกเอกสารประมาณไม่เกิน 1 อาทิตย์ เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว จากสถาบันจะส่งตัวแสกนของ Admission Letter มาให้ พร้อมใบเสร็จที่มี tracking no. ให้ติดตามเอกสาร (ปกติสถาบันใช้บริการ DHL ใช้เวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ถึงผู้รับ แต่ค่าส่งก็แอบแพง ประมาณ ไม่เกิน 2,000 บาท โดยค่าส่งนี้เราต้องไปจ่ายเมื่อไปถึงสถาบันเอง)
  • เมื่อได้รับเอกสารแล้วก็เตรียมตัวไปทำวีซ่าได้เลย ซึ่งถ้าไม่มีปัญหาใด ๆ ภายใน 1 อาทิตย์ก็ได้รับแล้วครับ

มาถึงขั้นตอนการทำวีซ่า 

ในที่นีผมหมายถึง Student Visa หรือวีซ่านักเรียนนะครับ หากข้อมูลไม่อัพเดทส่วนใด แฟน ๆท่านใดใจดีรบกวนแจ้งจะขอบคุณมาก ^^

เอกสารใช้ประกอบการขอวีซ่า

  • Passport (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง โดยมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
  • สำเนา passport หน้าที่มีรูปผู้ถือหนังสือเดินทาง/หน้าที่มีการต่ออายุ 2 ชุด
  • สำเนาหนังสือเดินทาง/หน้าที่มีการประทับตราวีซ่าต่าง ๆ (ถ้ามี))
  • รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ไม่มีกรอบ ขนาด 2*2 นิ้ว 2 รูป อายุรูปไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาบัตรประชาชน และ/หรือสูติบัตร และสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง 1 ชุด
  • Admission Letter หรือ จดหมายตอบรับการเข้าเป็นนักเรียน-นักศึกษาจากสถาบัน ฉบับจริง และสำเนา (เก็บใบจริงไว้ เพราะต้องเอาไปใช้ที่อินเดียต่อ)
  • หลักฐานการเงินย้อนหลัง 6 เดือน ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท (ห้าเดือนก่อนหน้าเท่าไหร่ก็ได้ แต่เดือนสุดท้ายต้องเเสนขึ้น) เช่น สมุดบัญชีเงินฝาก, หนังสือรับรองจากธนาคาร (Bank Statement) ตัวจริง สามารถใช้ของผู้ปกครองได้ แต่ต้องมีเอกสารหนังสือรับรอง
  • เอกสารใบสมัครขอวีซ่า ที่กรอก(ออนไลน์เท่านั้น)สมบูรณ์แล้ว (กรอกออนไลน์ได้ที่นี่แนะนำให้กรอกก่อนไปยื่น 2-3 วัน
  • ไม่จำเป็นต้องมีใบจองโรงแรมหรือตั๋วเครื่องบิน

อัตราค่าบริการ : 1 ปี 3,100 บาท (เฉพาะค่าวีซ่า)

ระยะเวลา : 3 – 5 วันทำการ

แนะนำให้ไปทำที่

ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศอินเดีย
Indian Visa and Passport Application Centre ( IVS GLOBAL Pvt. Ltd.)
อาคาร 253 อโศก ชั้น 22 ถนนสุขุมวิท สุขุมวิทซอย 21
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 (ใกล้กับโรงพยาบาลจักษุรัตนิน)
โทรศัพท์ : 02-6641200 โทรสาร : 02-6641201

วันและเวลาทำการ
วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30 น. – 14.00 น. สำหรับยื่นวีซ่า
วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 16.30 น. – 17.30 น. สำหรับรับหนังสือเดินทางคืน

การขอวีซ่านักเรียนอินเดีย ผู้ยื่นขอทุกคนต้องไปแสดงตัวที่ศูนย์รับคำร้องฯ เพื่อแสกนลายนิ้วมือ ซึ่งหลังจากยื่นเอกสารทุกอย่างเรียบร้อย โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ก็จะได้รับวีซ่า ยกเว้นกรณีวีซ่าไม่ผ่าน ก็จะต้องทำการยื่นใหม่ ซึ่งเหตุผลที่วีซ่าไม่ผ่านส่วนมาก เพราะ Statement ที่ยื่นไป มียอดคงเหลือบางเดือนต่ำกว่ากำหนด คือ 100,000

วีซ่านักเรียนที่ทางสถานฑูตอินเดียออกมาให้ จะมีระยะเวลาตามที่ระบุในจดหมายตอบรับจากทางโรงเรียน/สถาบันที่อินเดียออกมาให้ เช่น หลักสูตร Diploma 1 ปี วีซ่าก็จะมีอายุ 1 ปี โดยในระหว่างนี้จะสามารถเดินทางเข้าออกอินเดีย ได้ปีละ 3 ครั้ง 

(ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.westhailand.com)

ได้วีซ่าแล้วไงต่อ

จะจองตั๋ว หรือแพ็คกระเป๋าก็เชิญได้เลยครับทีนี้ 🙂 แต่ขอแนะนำเพิ่มเติมเรื่องสายการบิน การเดินทางไปปูเณ่ สามารถนั่งเครื่องไปลงสนามบินมุมไบได้เลย เว้นเสียแต่ว่าจะนั่ง indirect flight ไปลงเมืองอื่นแล้วค่อยมามุมไบ หรือปูเณ่ นะครับ แต่ส่วนตัวแนะนำให้หาเที่ยวบินตรงไปมุมไบ ซึ่งพอหามาได้ ดังนี้

Jet Airways มีรอบบินดังนี้ (Bangkok – Mumbai)
05:55 – 08:45
15:40 – 18:40
20:55 – 23:50

Bangkok Airways มีรอบบินดังนี้ (Bangkok – Mumbai)
05:55 – 08:45
15:40 – 18:40
20:55 – 23:50
21:15 – 00:20

Thai Airways มีรอบบินดังนี้ (Bangkok – Mumbai)
18:55 – 21:55
22:30 – 1:30

ปกติผมนั่ง Bangkok Airways เพราะภาพรวมโอเค และได้น้ำหนักกระเป๋าโหลดมากถึง 35 กก. (25+10) ไม่รวมกระเป๋าขึ้นเครื่อง ถ้าใครอยากจะนั่งบางกอก แต่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก แนะนำให้สมัคร Flyer Bonus ที่นี่ ท่านก็จะได้น้ำหนักเพิ่ม 10 กก. จากน้ำหนักปกติ 25 กก. ครับ

เมื่อมาถึงสนามบินมุมไบที่อินเดียแล้ว…

ก็ต้องเดินทางต่อไปยังเมืองปูเณ่ครับ สามารถเดินทางต่อเครื่องมาลงสนามบินปูเณ่ได้เลย หรือจะนั่งรถแท็กซี่จากมุมไบมาก็สะดวกดี แต่คงไม่มีใครอยากนั่งรถไฟมาหรอกนะครับ >< และแน่นอนผมแนะนำให้นั่งรถแท็กซี่ครับ ทีนี้ เจ้าแท็กซี่ก็แบ่งออกได้หลายแบบ หลายราคาอีก

  • Prepaid Taxi – มีไว้ให้บริการก่อนถึงประตูทางออกสนามบิน (สำหรับผู้โดยสารขาเข้า) เป็นเหมือน information center ตั้งตระหง่านอยู่ ถ้าจำไม่ผิด จะมีใบขนาด A4 เขียนปลายทางพร้อมแสดงแบบรถและค่าโดยสารให้เลย ถ้าเราโอเคก็ทำการจองแล้วจะมีเจ้าหน้าที่พาไปที่รถ ซึ่งอาจมีคนขับรออยู่แล้ว รถก็มีทั้งแบบ Tata Indica , Toyota Innova ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 กว่าเกือบสามพัน – สี่ห้าพันรูปี อันนี้ต้องไปเช็คกันหน้างานอีกที เพราะปรับราคาเรื่อย ๆ
  • จริง ๆ ถ้าไม่อยากจองที่เคาน์เตอร์ก็สามารถเดิน ๆ ออกไปข้างนอกละตระเวนหาก็ได้ เพราะเราจะกลายเป็นคนเนื้อหอมพร้อมถูกรุมตอมทันทีจากบรรดาคนขับหลายสิบคน ราคาก็แล้วแต่ต่อรองได้ แต่ก็ต้องระวังอีกว่า บางคนได้ถูก แต่อาจไปคิดค่าทาง express way, toll way แยก ให้เราต้องควักเงินจ่ายเองระหว่างทาง ฉะนั้นต้องถามให้แน่ชัดว่า รวมทุกอย่างแล้วใช่ไหม ไม่อย่างนั้นจะหาว่าไม่เตือนนะนายจ๋าาาาา
  • (4) Sharing Car – ก็ตามชื่อเลยคือนั่งร่วมกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่จะไปลงเมืองหรือปลายทางเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็นรถ Innova หรือใหญ่กว่าหน่อย ตกคนละประมาณ 1,100 รูปี (ราคาให้เช็คหน้างานอีกครั้ง) เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีกระเป๋าสัมภาระมาก และต้องการประหยัดค่าเดินทาง
  • และอีกวีธีที่แพงแต่ชัวร์สุดคือติดต่อให้ทาง ELTIS จัดรถมารับเราเลย โดยทางสถาบันคิดเงิน 110 ดอลล่าห์ หรือประมาณ 3,900 บาท ส่วนจะให้ไปส่งที่ไหนก็แล้วแต่เราจะบอกคนขับ

มาถึงปูเณ่ ไปรายงานตัวที่สถาบัน

แน่นอนว่านักเรียนส่วนใหญ่น่าจะต้องมาก่อนคอร์สเรียนเปิด และต้องทำการจ่ายค่าเรียนส่วนที่เหลือเสียก่อน โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • นักเรียนมารายงานตัวที่ ELTIS เดินขึ้นบันไดมา สำนักงานจะอยู่ทางขวามือ สามารถติดต่อที่ฝ่ายการเงินหรือพนักงานด้านใน แจ้งว่าเป็นใคร มาเรียนคอร์สอะไร และต้องการจ่ายค่าเรียนส่วนที่เหลือ (pay the balance course fee)
  • นักเรียนจะถูกนำไปพบเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องค่าเรียนด้านในติดกระจก (ถ้ายังไม่ได้ย้ายโต๊ะ) เสร็จแล้วจะมีใบ challan (pay-in slip) ให้กรอก ในใบจะเป็นลักษณะ 4 ส่วนคล้ายกัน ส่วนของสถาบัน ส่วนของธนาคาร และส่วนที่เป็นของนักเรียนเอง
  • นักเรียนต้องนำสลิปที่กรอก ไปจ่ายเงินส่วนที่เหลือ ที่ธนาคาร IDBI ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับ ELTIS ระยะเดินได้ โดยเงินค่าเรียนที่เหลือต้องจ่ายเป็นดอลล่าห์เท่านั้น 
  • ธนาคารอาจจะให้นักเรียนจดเลขบนธนบัตรทุกใบลงในเอกสาร เพื่อง่ายแก่การตรวจสอบ (กรณีธนบัตรมีปัญหาจะได้รู้ว่าเป็นของใคร) เมื่อธนาคารนับเงินครบแล้ว จะปั๊มตราให้ทั้งสี่ส่วน และควรเพียง 2 ส่วน ให้นักเรียนนำส่วนที่เหลือกลับมาสถาบันอีกครั้ง
  • สถาบันจะเก็บส่วนหนึ่งไว้ และคืนส่วนของนักเรียนไว้ให้เป็นหลักฐาน และสถาบันจะออกเอกสารที่แจ้งสถานะการเป็นนักเรียนของ ELTIS อย่างสมบูรณ์

แล้วเรื่องที่พัก ทำยังไงดี ?

สำหรับคนที่ลงเรียนคอร์ส 1 ปี อาจมีตัวเลือกเยอะกว่าหน่อย เพราะสามารถติดต่อพักหอในร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัย Symbiosis ได้ (ELTIS เป็นสถาบันภายใต้การดูแลของ ม. Symbiosis) สำหรับนักเรียนหญิงยิ่งง่ายใหญ่ เพราะหอพักหญิงอยู่ตึกเดียวกับสถาบัน ELTIS แค่เดินลงมาก็ถึง แต่หอชายนั้นตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยใหญ่ อาจต้องเดินเท้า หรือนั่งรถสามล้อริกชอร์มาเรียนในระยะทางประมาณ 2 กม. ก็ได้

  • หอพัก มีแบบห้องนอน 3 คน ราคาปีละ 115,000 รูปี (ประมาณ  60,000 บาท/ตกเดือนละ 5,000)
  • และแบบห้องนอน 2 คน ปีละ 140,000 รูปี (ประมาณ 73,000 บาท/ตกเดือนละ 6,000)

รวมอาหาร 3 มื้อ อาหารว่าง1 มื้อ ส่วนใหญ่เป็นอาหารแบบอินเดีย และมังสวิรัต และราคานี้รวมอาหาร ไม่มีจ่ายแยกครับ (นับเป็นข้อเสียของคนไม่ทานอาหารแขกหรืออยากทานอาหารข้างนอก เพราะเหมือนเสียเงินฟรี ๆ ) มีบริการฟิตเนส(อยู่ ม.หลัก) สถานพยาบาล ฟรีไวไฟ โดยลักษณะห้องเป็นแบบนี้ครับ (ผมถ่ายไว้ตอนพักอยู่หอใน ปัจจุบันน่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น)

UPDATE : เนื่องจากมีทางหอพักมีจำนวนจำกัด และมีโควต้าให้แต่ละประเทศจำนวนหนึ่งเท่านั้น (ของไทยตีไปประมาณ 5 คน/หอชาย-หญิง/ปี) แต่มีคนส่งเมลไปถามเรื่อยๆ จึงแนะนำให้เมลสอบถามสถาบันและจองช่วง ม.ค. – มี.ค. จะดีที่สุด หากหลังจากนั้นไปแล้ว ไม่แนะนำให้จอง-ชำระครับ เพราะมีโอกาสเต็มสูง 

อีกทางเลือกหนึ่งคือพักหอนอก ซึ่งมีที่แนะนำชื่อ BetterLivingPune (แนะนำโดย ผ.อ.)

http://www.betterlivingpune.com/index.html

ELTIS representatives visited the hostel and found it quite suitable for our students. For the last few years, some students of ELTIS have enjoyed staying there. You may speak to the owner Mr. Amit Patwardhan on his cell number +91 98230 22022 or write to him on his email id contact@betterlivingpune.com or amit@betterlivingpune.com

 

 

หวังว่าพอจะเป็นที่กระจ่างไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับใครที่ต้องการรายละเอียดคอร์ส และเอกสารจากสถาบัน สามารถติดต่อแอดมินมาทางเฟสบุ๊คที่ LearningPuneFanpage หรือเขียนเมลมาที่ learningpune.org โดยระบุรายละเอียดตามด้านล่างนี้มาในเมลหรือข้อความทางเฟสบุ๊คเพจ แล้วเราจะประสานงานกับสถาบันส่งข้อมูลให้ทางอีเมลโดยตรง จะไปเรียนหรือไม่ได้ไปก็ไม่เป็นไรครับ 🙂

ชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ)

อีเมล

เบอร์โทรศัพท์สำหรับการติดต่อกลับ

คอร์สที่สนใจ

 

 

%d bloggers like this: