Updates

ปัญหาของผู้มาใหม่ (3) – สภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคย

ด้วยความเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ ดูเฉพาะเนื้อที่ของประเทศที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 6 เท่า ของอินเดียแล้ว คงต้องยอมรับว่าสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ก็ต้องมีความหลากหลายแปลกหูแปลกตาไปด้วยเป็นเงาตามตัว ความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ นิสัยผู้คน คงท้าทายผู้มาเยือนได้มากพอสมควร การรับมือและต้องอาศัยอยู่กับความไม่คุ้นชินเหล่านี้ จึงต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจที่เข้มแข็งพอสมควรครับ

สภาพอากาศ: ประเทศที่มีความกว้างใหญ่ มีความแตกต่างทางภูมิประเทศภายในหลายมิติ อินเดียมีทั้ง ภูเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะทางตอนเหนือ ทะเลทรายที่ร้อนระอุภาคตะวันตกเฉียงเหนือ พื้นที่ราบภาคกลาง ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลที่ขนานพื้นที่ภาคใต้ของประเทศทำให้สภาพอากาศของอินเดียแตกต่างกันอย่างสุดขั้วด้วยเช่นกัน

สำหรับพื้นที่ที่สภาพอากาศที่ดูจะเป็นปัญหากับการอยู่ที่อินเดียของนักศึกษาไทยคือ พื้นที่ตอนกลางเยื้องไปทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เมืองหลวงกรุงนิวเดลี รัฐอุตตรประเทศ รัฐพิหาร ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ซึ่งจะอยู่ช่วงเดือนมีนาคม-กันยายน โดยช่วงที่เป็นจุดพีคสุดจะอยู่ที่ประมาณเดือน  พฤษภาคมและมิถุนายน  ดีกรีความร้อนช่วงนี้จะทะลุ 40-50 องศาเลยทีเดียว สำหรับในช่วงหน้าหนาวก็จะเริ่มตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงพีคสุดของความหนาวจะอยู่ที่ประมาณ 1-0 องศา สำหรับคนไทยแล้วเรียกได้ว่าร้อนสุดหนาวสุดกันเลยทีเดียว

การเตรียมตัวเพื่อรับความไม่คุ้นชินเรื่องสภาพอากาศดังกล่าว ถ้าเป็นเมืองไทยบ้านเราคงไม่อยากเย็นเกินไปนัก เช่น ร้อนก็เปิดแอร์ พัดลม หนาวก็ใส่เสื้อกันหนาว อย่างนี้เป็นต้น แต่ขึ้นชื่อว่าอินเดีย ความหลากหลายพร้อมข้อจำกัดก็คงมีตามมาครับ ผู้เขียนเห็นว่าสภาพอากาศที่อาจเป็นปัญหาต่อการปรับตัวอยู่ในอินเดีย ได้แก่ อากาศที่ร้อนจัดและหนาวจัดของอินเดียครับ เราจำเป็นจะต้องเตรียมตัวและเตรียมใจต่อความไม่คุ้นชินเหล่านี้ไว้ในระดับหนึ่งได้ก็จะเป็นการดีครับ ต่อไปนี้ คือ คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับท่านที่ตั้งใจมาศึกษาต่อหรือทำงาน ที่อินเดีย โดยเฉพาะพื้นที่ เมืองหลวงกรุงนิวเดลี รัฐอุตตรประเทศ รัฐพิหาร  (สำหรับพื้นที่อื่นๆของอินเดีย อากาศไม่ได้เปลี่ยนแปลงแตกต่างสุดขั้วมากเท่าพื้นที่ที่กำลังกล่าวถึงครับ การปรับตัวจึงง่ายกว่า แถมบางพื้นที่ อากาศยังเย็นสบายตลอดทั้งปี เช่น โซนภาคใต้ของประเทศ)

ฤดูร้อน

ช่วงหน้าร้อนถือได้ว่ากินเวลายาวนานที่สุดประมาณ 5-6 เดือนดังที่กล่าวข้างต้น โดยสภาพอากาศจะเป็นแบบร้อนแห้ง สลับอบอ้าว ซึ่งต่างจากเมืองไทยที่มีลักษณะร้อนชื้น ดังนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกที่มาช่วยคลายร้อนก็จะแตกต่างกันบ้างพอสมควร ที่มีเหมือนกันเช่น แอร์คอนดิชั่น พัดลม แต่ที่จะแปลกใหม่สำหรับเราและได้รับความนิยมที่นี่คือ แอร์คุลเลอร์ ที่มีลักษณะเหมือนแท้งค์น้ำติดพัดลม ซึ่งคุณสมบัติมันให้ความเย็นฉ่ำได้ด้วยเช่นกัน ที่พิเศษคือ มีไอน้ำออกมาด้วยขณะใช้งาน ซึ่งตรงนี้ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างมาเพื่อบรรเทาสภาพอากาศร้อนแห้งได้ดีไม่แพ้แอร์คอนดิชั่นเลยครับ ที่สำคัญหาซื้อง่ายและราคาย่อมเยากว่าตามขนาดของตัวแอร์

ส่วนข้อจำกัดเรื่องการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ก็คือ ปัญหาไฟฟ้าดับครับ ซึ่งที่นี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติครับ โดยส่วนใหญ่จะเป็นชานเมือง และเมืองที่ไม่ใช่ที่ตั้งของอุตสาหกรรมหรือธุรกิจสำคัญๆ ของอินเดีย ส่วนระยะเวลาและความถี่ที่ไฟดับก็แตกต่างกันไปตามความสำคัญดังกล่าว ตั้งแต่ ครึ่งชั่วโมงไปจนถึงสี่-ห้าชั่วโมงต่อครั้ง วันละประมาณ 1-3 ครั้งทีเดียว คนอินเดียเองเขารับได้กับสิ่งนี้ครับ เราจึงเห็นวิธีแก้ปัญหาเรื่องไฟดับแบบอินเดีย คือ การติดตั้งแบตเตอรี่ชาร์ตเก็บไฟสำรองเพื่อใช้ยามไฟดับครับ ซึ่งมีกันเกือบทุกบ้าน (โดยเฉพาะเมืองที่ผู้เขียนอาศัยอยู่ คืออาลีการ์ รัฐอุตตรประเทศ) ลักษณะก็เหมือนแบตเตอรี่รถยนต์ทั่วไปบ้านเราครับ เล็กใหญ่ตามกำลังซื้อและความต้องการใช้ เรื่องนี้ถือได้ว่าใหม่และทึ่งสุด ๆ สำหรับผู้มาใหม่อย่างเราครับ เรามาใหม่ “เข้าเมืองแขกก็ต้องทำแบบแขก” ตามน้ำไปครับ ที่สำคัญมันได้ผลครับ

หน้าร้อนที่นี่ผิวจะแห้งได้ง่าย ดังนั้น ครีมบำรุงผิวหรือครีมกันแดดก็มีความสำคัญมากเหมือนกัน ตรงนี้ขอแนะนำว่าเตรียมมาจากไทยได้ก็จะดีครับ ตามความชอบของแต่ละท่านเลยครับ หากไม่เตรียมมาก็ไม่ต้องกังวล ที่นี้ก็มีครับ แต่ในเวอร์ชั่นอินเดียนะ ซึ่งอาจไม่ถูกใจคนไทยอย่างเราครับ

ฤดูหนาว

ช่วงอากาศหนาวที่นี่จะอยู่ประมาณ 3-4 เดือนดังที่กล่าวข้างต้น นี่ก็เป็นสภาพอากาศที่เราคนไทยไม่คุ้นเคยแน่นอน แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียนเองและเพื่อนนักศึกษาท่านอื่นๆ สามารถพูดได้ว่า เราหลงใหลในช่วงหน้าหนาวกันถ้วนหน้าครับ หากเทียบกับอากาศร้อนที่นี่แล้วขออยู่หนาว ๆ ดีกว่าครับ ดังนั้นการปรับตัวในช่วงหน้าหนาวจึงไม่ค่อยมีปัญหามากนักสำหรับคนไทย เรื่องแฟชั่นหน้าหนาวที่นี่เราสามารถจัดเต็มได้ตามปราถนากันเลยทีเดียวครับ ไม่ต้องเขินอายเหมือนหนาวบ้านเราแน่นอน เพราะที่นี่หนาวจริงหนาวจังครับ สิ่งที่ต้องระวังก็คงเป็นเรื่องผิวแห้งครับเพราะที่นี่หนาวแห้ง ผิวจึงแตกได้ง่าย ครีมบำรุงผิวจึงมีความสำคัญ แต่สำหรับประสบการณ์อีกเช่นกันของผู้เขียนเอง ขอแนะนำว่าการใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์  ทาผิวก็ได้ผลดีอย่างน่าทึ่งครับ ที่สำคัญน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่นี่ไม่แพงเหมือนบ้านเรา และหาซื้อได้ง่ายทั่วไปตามร้านค้าของชำครับ

แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: